edit @ 22 Sep 2012 09:50:48 by L@zySheep

edit @ 22 Sep 2012 16:39:27 by L@zySheep

edit @ 22 Sep 2012 16:39:49 by L@zySheep


 เมื่อวันเสาร์ 1 กันยายน ที่ผ่านมามีโอกาสได้นั่งรถไฟไปเที่ยว กาญจนบุรี ซึ่งเป็นทริปของการรถไฟแห่งประเทศไทยค่ะ พูดตรงๆ แอ้เป็นคนที่เจอประสบการณ์เดินทางในประเทศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยระแวงมากว่าจะไปดีไม่ไปดี ถ้าไปคนเดียวจะเป็นอะไรไหมนะ

จนวันหนึ่งที่ออฟฟิศก็พาน้องอินเทิร์นมาฝึกงานเป็นเด็กญี่ปุ่นหน้าตาสดใสก็เลยตัดสินใจ เอาน่า ชวนน้องเขาไปเที่ยวด้วยเลยแล้วกัน  และแล้วชวนกันไปชวนกันมาทริปนี้เลยมีคนญี่ปุ่น3คน (คนนึงไปแอบชวนมาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไปประชุมแล้วเจอน้องเป็นเด็กแลกเปลี่ยน พอชวนก็ใจง่ายตามกันมาเลย 555) และคนไทย5คนค่ะ


วันนัดรถออก 6.30 กะว่านั่งรถไฟฟ้าไปเจอกันที่หัวลำโพงตอน 6.00 เช้ากำลังดี แต่ทว่า....ทั้ง BTS/ MRT เปิดตอน 6.00 (เพิ่งรู้นะเนี่ย) เลยต้องพึ่งแท็กซี่กันตามระเบียบ

บรรยากาศที่สถานียามเช้ามันช่างขลังนัก   


อุตส่าห์เตรียมกล้องมา กะถ่ายจัดเต็มแต่กล้องเสียซะงั้น เลยใช้แต่มือถือถ่ายค่ะ ภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

สภาพในรถดีกว่าที่คิด มีถุงขยะผูกที่เสาด้วย สะดวกดีเหมือนกัน

สถานี แรกที่เราลงไปเที่ยวคือนครปฐมค่ะ เลยพาเพื่อนๆไปไหว้พระกัน เพื่อนชาวญี่ปุ่นชอบใจมากบอกว่าสวยๆได้เห็นคนไทยกำลังตักบาตรด้วย ปลื้มกันใหญ่ แล้วก็ซื้อข้าวหลามกับขนมโตเกียวไปกินกันบนรถ

สถานีต่อไปที่ไปลงเดินเล่นกันคือสะพานแควใหญ่ค่ะ   

 

 

 
โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมาก ก็ถ่ายรูปเดินเล่นตามรางรถไฟประมาณ30นาที แล้วก็รีบวิ่งกลับขึ้นรถไฟกัน ได้แวะกินหวานเย็นที่เป็นถังเขย่าๆด้วย >V<b

บนรถไฟทุกคนดู สนุกกันมาก เจ้าหน้าที่รถไฟที่เป็นคุณลุงถือโทรโข่งนำเที่ยวน่ารักมากกกก คุยเก่งสุดๆเพื่อนๆถ่ายรูปกันใหญ่ ประทับใจแกมากค่ะแถมสรรหาชวนเล่นโน่นเล่นนี่แจกของตลอดทาง

ตอนที่ ผ่านแถวเทือกเขาตะนาวศรี แกบอกว่าแม่น้ำตรงนี้คืออเมซอนไทยแลนด์ให้ถ่ายรูปแล้วมาประกวดกัน เราก็ถ่ายด้วย (ภาพซ้ายมือบนค่ะ) ได้รางวัลที่สอง เป็นรูปวาดน่ารักๆแล้วเคลือบเอาไว้

 

 

จากนั้นก็นั่งกันมาถึงถ้ำกระแซ มีผ่านแนวผาให้ยื่นมือไปแตะผาขอพรด้วย น่ารักกุ๊กกิ๊ก ทุกคนในรถกรี๊ดกร๊าดสนุกสนานกันใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติ

ตรงนี้ราง รถไฟจะทำจากไม้สวยมากๆ เราตั้งใจจะลงไปถ่ายรูปเพราะตามกำหนดการต้องจอด แต่ทว่ารถไฟดีเลย์มากแล้วเลยอดค่ะ (เสียใจ..ฮืออ) ได้แต่ภาพถ่ายไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่


 

 

รถไฟวิ่งมาเรื่อยๆจนจะไปถึงสถานีปลาย ทาง"น้ำตก" ปรากฏว่ารถวิ่งช้าจนเกือบหยุด มีถอยหลังกลับไปใหม่ด้วย งุนงงจนมีพี่คนหนึ่งหันมาบอกว่ารถกำลังขึ้นเขาแต่มันไม่มีแรงเลยต้องถอยไป ตั้งหลักใหม่จ้ะ ไม่ต้องกังวลพี่มา3ครั้งแล้ว

โอ้..พอรู้ก็เลยนั่งลุ้นคุณรถไฟกัน ทางแคบมากกติดกับต้นไม้ใบหญ้าจนต้องระวังโดนบาดผิวกันเลย

สัก พักรถไฟก็ทำท่าจะหมดแรง เราเห็นพนักงานลงไปช่วยกันโกยทรายใส่ล้อคาดว่าทำให้มันวิ่งได้ง่ายขึ้น จากนั้นคนในรถก็ย้ายไปที่หัวขบวนเพื่อไม่ให้ถ่วงน้ำหนัก ร่วมด้วยช่วยกันสุดๆ

แต่คุณรถไฟก็หอบแฮ่กๆ พวกเราก็เลยลงเดินกันค่ะ (ฮา) แป๊ปเดียวเอง

ป.ล พอลงเดินปุ๊ป รถไฟวิ่งฉิวเลย แหมมมม

 

 


เรามาถึงน้ำตกกันพร้อมๆกับฝนที่พรำๆ คนไม่เยอะมากกำลังดีค่ะ น้ำเย็นเจี๊ยบ ใสน่าว่ายมากจนน้องญี่ปุ่นคนนึงทนไม่ไหวถอดเสื้อยืดออก (อ้ะๆ แต่มีสายเดี่ยวข้างในค่ะ) กระโจนลงน้ำไปเลย ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนก็ไม่หวั่น

คนที่เหลือก็หิ้วท้องไปหาข้าวกินแถวนั้น อิ่มกันสุดๆเลยค่ะ (พักที่นี่ประมาณ2ชม.)

จนเกือบถึงกำหนดเวลาพวกเราก็ต้องรีบวิ่งกลับไปที่รถไฟเพราะฝนตกหนักมาก สุดท้ายคนไม่เล่นน้ำตกก็เปียกเท่าๆกับคนเล่นน้ำตกค่ะ ตอนที่รถวิ่งกลับหนาวมากนี่ขนาดจองรถธรรมดาไม่ใช่รถแอร์นะคะ

มีไปแวะ ชมสุสานทหารแต่ฝนตกก็เลยไปแวะซื้อทองม้วนแล้วกลับมารอที่รถค่ะ ตลอดทางมีห้องน้ำในสถานีค่อนข้างสะอาด มีคนขึ้นมาขายของกินตลอด อิ่มจนไม่รู้จะอิ่มยังไง

จากนั้นมีเจ้าหน้าที่มาขายของที่ระลึก คาดว่าทำมือกันเองเป็นกระดาษที่พิมพ์รูปถ่ายสวยๆ (เบลอๆเพราะใช้กระดาษกับเครื่องพิมพ์ธรรมดา) ส่วนอีกด้านแปะตั๋วรถไฟเอาไว้ แผ่นละ10บาท เราเลยซื้อติดมือกลับมาแผ่นหนึ่ง ตอนนี้แอบเสียดายน่าจะซื้อมาเยอะๆเอาไว้คั่นหนังสือ อุดหนุนคนรถไฟ ^^

เรากลับมาถึงสถานีหัวลำโพงเลทกว่ากำหนดการนิดหน่อยแต่ก็สนุกมากค่ะ

คราวนี้แอ้ประทับใจมาก และเชื่อว่าปลอดภัยพอที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเดินทางไปเที่ยวเองได้คนเดียว คราวหน้าจะลองนั่งไปที่อื่นบ้างค่ะ

ป.ล ช่วยกันสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยนะคะ 


จบแล้ว...อ่านกันเหนื่อยไหมคะ ^^ เดือนนี้จะพยายามอัพให้ได้อีกหนค่ะ

 

 

 

วันนี้ไม่ได้เป็นการ์ตูน (ฮา) เพราะไม่ได้จับปากกาวาดรูปเลยเสียใจมาก จริงๆวาดค้างไว้สองตอนด้วย ถ้ามีเวลาเมื่อไหร่จะนั่งวาดเผื่อเอาไว้เลยค่ะ ^^;

งานนี้ขออัพเป็นไดอารี่ธรรมดาก็แล้วกันเนอะ กลัวบล็อคเน่า

ว่าจะอัพให้ทันเดือนก.ค มัวแต่หารูปไม่เจอ...พลาดเลย

 

  คำเตือนรูปเยอะโหลดโหด..

 

7 ก.ค ไปเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาล คุณปู่บอกให้รีบกลับเพราะกลัวมืดแล้วจะอันตราย ปู่เอื้อมมือมากอด..

14 ก.ค ไปร้าน ไลบรารี่สุขุมวิทข้างเอ็มโพเรี่ยม เป็นร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น

น้ำเมอรี่แอปเปิ้ล 85 บาท อร่อยมาก กินแล้วสดชื่น

 

คาโบนาร่า 170 บาท น้อยไปหน่อยแต่รสชาติโอเคเลยค่ะ ไม่เลี่ยน

เค้กส้มแมนดาริน 85 บาท ไม่มีรูป มันเป็นอะไรที่แบบว่า...ไม่อร่อย หวานมากขึ้นสมอง (ซึ่งปกติเค้กญี่ปุ่นจะไม่หวานขนาดนี้) หวานจนกินไปได้สองคำก็ต้องวางทิ้งไว้น่าเสียดายสุดๆ

 

สรุป ร้านบรรยากาศดี น่านั่งของคาวอร่อยแต่ของหวานอาจต้องเลือกนิดนึงค่ะ (อย่างอื่นอาจจะอร่อยก็ได้) ราคากันเองสำหรับร้านกลางเมือง

 

อิ่มแล้วกลับคอนโด ปรากฎว่าไม่มีไฟ น้องลืมจ่ายค่าไฟโดนตัด กรี๊ดดดดด เลยระเห็จไปนอนบ้านเพื่อนแทน..ก็ดี ได้คุยกันเยอะแยะเลย

 

15 ก.ค ไปร้าน Roast Coffee & Eatery นัดเพื่อนๆเอาไว้ หาที่จอดรถยากมากดังหาทอง แอบเซ็งกันไป เวลาไปร้านแถวทองหล่อสุขุมวิทรถไฟฟ้าดีสุดเลย

 

 

 

 

 

ของกินอร่อยมากกก โดยเฉพาะเค้กภาพบน คนค่อนข้างเยอะค่ะต้องรอคิว แต่ว่า...แพงมว๊ากกก แล้วก็ปริมาณน้อย เหมาะสำหรับกินไปจิบแอลกอฮอลไปมากกว่า ใครกะกินอิ่มจะล่มจมนะคะ ร้านนี้มีแค่ brunch + Dinner เท่านั้น (ดินเนอร์น่ากินมากเลย โฮ)

 

17 ก.ค คุณปู่เสียตอนตี1กว่าๆ..ได้ยินเสียงโทรศัพท์แล้วใจหาย ทั้งบ้านรู้ว่าเป็นเรื่องไม่ดี แย่จังโทรศัพท์กลางดึกเนี่ย.. ร้องไห้ไม่ออก..ช็อคมาก แต่วันหลังๆก็ร้องไห้เอาเป็นเอาตาย

 

20 ก.ค ไปสัมภาษณ์งาน..เปลี่ยนจากชุดดำเป็นชุดที่มีสีสัน..คนที่ยังอยู่ก็ต้องตะกายต่อไป สัมภาษณ์โหดดี มีคนญี่ปุ่น3คน คนไทย2คน (ที่พูดญี่ปุ่นได้) เขาบอกว่าถ้าถามภาษาอะไรก็ตอบภาษานั้นนะครับ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เมาเลย

คำถามยังไม่เท่าไหร่ตอบได้ แต่อยู่ๆก็ได้กระดาษมา1แผ่นเป็นภาษาไทย ให้อ่านทำความเข้าใจใน3นาทีแล้วช่วยอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น..

มันจะไม่ยากเล๊ยยย ถ้าไอ้ในกระดาษไม่ใช่เรื่อง "ประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญ"

มอดม้วยมากอิแกะ...

ป.ล แต่ด้วยความเจ็บใจไปหาศัพท์มาอ่านทันที จำได้แม่นแล้วคำนี้

 

23 ก.ค ลางานไปเก็บกระดูก มองแล้วก็ได้แต่คุยกันว่าคนเราก็เหลือเพียงเท่านี้ ปีนี้สูญเสียมากเลย ต้นปีคุณยาย กลางปีคุณปู่แล้วเราเป็นหลานคนโตทั้งสองงาน

แต่ท่านทั้งสองก็ทรมานมานานมากแล้ว คุณยายทำอะไรเองไม่ได้ พูดไม่ได้ เดินไม่ได้มา10ปี คุณปู่ทนมะเร็งมา3เดือน

ต้องบอกว่าท่านได้ไปสบายสักที

 

25 ก.ค โดนลากไปโคราชกระทันหัน ที่แสนจะซวยคือมีสัมภาษณ์รอบ 2!! ตอน1ทุ่ม + มือถือเจ๊ง!! ดับตัวเองไปเลย โฮววววว

ไปแปลประชุมเพราะคนที่โรงงานของซัพพลายเออร์ไม่มีล่าม ได้เดินดูโรงงานทีวี..สุดยอดแห่งความสะอาด ไม่มีฝุ่นไม่มีขยะเนี๊ยบสุดๆ เพิ่งเห็นว่าเจวีซี ฮิตาชิ ฯลฯ มาจากโรงงานเดียวกัน ที่ขายในญี่ปุ่น/โปแลนด์/ จีน/ ฯลฯ มาจากไทยทั้งนั้น

ประทับใจผลไม้หลังอาหารที่ทางโรงงานเตรียมไว้ "หมอนทอง"

 

กลับมาทันสัมภาษณ์แบบระทึกเครียดสุดๆ คราวนี้สัมภาษณ์4คนกับประธานใหญ่ ก็ทำเต็มที่เท่าที่ทำได้ ไม่มีถามอะไรยากเพราะเคยโดนมาหมดแล้ว (ฮา) ผู้ช่วยสัมภาษณ์น่ารักดี ^^ พยายามเอาใจช่วยตลอดเวลา

-----------------------------------------

ประธาน - งานอดิเรกคืออะไร

แกะ - ...แกะยางลบค่ะ (ไม่เหมือนใครแน่ 555)

ทุกคน - ห๊ะ!! ทำเป็นด้วยเรอะ

-----------------------------------------

แหม..ทำเป็นสิคะถึงจะมั่วก็เถอะ 555

 

-----------------------------------------

ประธาน - คิดว่าปัญหาสุขภาพมีอะไรบ้าง

แกะ - ....../คิดสัก10วิ..แล้วจับไขมันที่เอว/..อ้วนค่ะ

ทุกคน - ฮาก๊ากกกก

แกะ - อ้ะ แต่ตั้งใจว่าถ้าได้งานที่นี่จะรีบไปสมัครฟิตเนสที่ชั้นล่างใต้ออฟฟิศเลยนะคะ

ทุกคน - ฮากว่าเดิม

-----------------------------------------

สัมภาษณ์เสร็จตอนทุ่มครึ่ง (เริ่มสัมภาษณ์ตอน 18.30) ไปยืนงงๆอยู่ที่ terminal 21 ยืนมองคนกับถนนเพราะเหนื่อยมาก ประมาณ2ทุ่มหน่อยๆน้องจากบริษัทจัดหางานโทรมาด้วยน้ำเสียงกรี๊ดกร๊าด

สัมภาษณ์ผ่านอ่ะพี่!!!

สรุป..ได้งานใหม่แล้วนะคะ รอเซ็นสัญญากับตรวจสุขภาพ

 

29 ก.ค ไปร้าน spoonful เคยไปมาแล้วแหละ แต่คราวนี้ตั้งใจไปสอย MT tape ลายที่คุณแป้งออกแบบ แล้วก็ไปกินสโคนอร่อยๆ

 

ชอบสโคนร้านนี้นุ่มหนึบหนับกำลังดี ครีมก็อร่อย ชาก็หอมค่ะ คราวนี้ได้กิน seasoning scone

Cafe ole scone & Ichiko scone + Chocolate mint tea

 

(อันซ้ายลายของคุณแป้ง ส่วนช้อนเป็นของโปรโมชั่นร้าน)

แล้วก็แวะซื้อ external HD 1T สำหรับโอนข้อมูล ช่องUSB3.0ซะด้วย ตัวเครื่องแค่ฝ่ามือโอนข้อมูลเร็วมากกกแต่จ่ายไปหมดตรูดเลย

 

เก็บตกเดือนก.ค

 (หาภาพเต็มไม่เจอ เอาไปเก็บไว้ไหนเนี่ย..วาดเองงงเอง)

 

สิงหาคม

 

1 ส.ค ที่ออฟฟิศปัจจุบันเดินสายแลนใหม่ต้องเจาะเพดาน บลาๆ ฝุ่นปูนกระจาย ภูมิแพ้กำเริบคันทั้งตัว ตาบวม ใส่หน้ากากกันแล้วก็ไม่ช่วยอะไร ทั้งจามทั้งน้ำมูก จะตาย...แอ่ก

 

2 ส.ค หยุดเพราะไม่สู้กับสภาพออฟฟิศ (อ้อ...วันที่2-4ออฟฟิศนี้ทำงานตามปกติค่ะ ชิส์) ตอนบ่ายนัดเพื่อนเอาของให้ได้เล่นตุ๊กตาด้วย หนูฮาคุน่ารักเชียว

 

ก่อนกลับบ้านไปนั่งลูบไล้น้องหมีตัวเล็กๆ เลยสอยกลับมาพร้อมถังขยะจากร้าน60บาท

 

และสอยซีรีย์หมาดอกไม้มา ซีรีย์นี้มีพวงกุญแจชื่อจิบิตัน(ซื้อมาหลายปีแล้ว) ตุ๊กตานั่งได้ชื่อมิซากิ แล้วก็หมอนพิงใบโตที่ได้มาเมื่อวันเกิด3ปีก่อน ชอบมาตัวนี้ตัวใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยตั้งชื่อริกิจัง

 

แพ้ตุ๊กตาที่สุด..เต็มบ้านเลย...

 

3 ส.ค ส่วนวันนี้..ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษจ้ะนอกจากเล็บ

 

 

แถมท้ายไปค้นเจอไดอารี่ในสมุดที่ตั้งใจเขียนจริงจังครั้งแรก

สมัย Asian game ครั้งที่13

 

ยังเรียนมหาลัยอยู่ 555

 

เซ็นทรัลเวิร์ลยังเป็น World trade center อยู่ (ค่าตั๋วก็100นึงแล้วเนอะ)